จุดเปลี่ยนของฉันและจุดเปลี่ยนเยาวชนของฉัน
จริยา สีวันทา

นางสาวนภัสวรรณ จำปาทอง (ปลา)

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสนิท



“จุดเปลี่ยนของฉัน”

แต่ ก่อนเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบในการเข้าสังคม ไม่ชอบแสวงหาความรู้ใหม่ ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ เป็นคนที่ค่อยข้างเอาแต่ใจตนเอง ไม่ยอมรับฟังเหตุผลของใคร คิดอะไรก็จะพูดไปแบบนั้น โดยที่ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่นเลย ว่าเขาจะเสียใจหรือน้อยใจกับคำพูดของเราไหม เป็นคนที่ท้อแท้กับปัญหา อุปสรรคที่เจอง่ายมาก เจอปัญหานิดเดียวก็จะท้อล่ะไม่สู้กับมัน อีกอย่างคือเราเป็นคนที่ทำอะไรแล้วก็เบื่อง่ายกับการทำกิจกรรมนั้นๆ และไม่คิดจะทำต่อ เคยคิดว่าจะเปลี่ยนนิสัยของตนเอง แต่ว่าทำกี่ครั้งมันก็ทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะเราไม่พยายามหรือเปล่า หรือว่าเราพยายามแล้วแต่ทำยังไม่เต็มที่กับมัน แต่ถ้าเราทำเต็มที่กับมันแล้ว มันก็เป็นความภูมิใจของเราที่เกิดจากการ ทุ่มเทให้กับงานนั้นๆอย่างเต็มที่ อีกอย่างถ้าเรารักงานหรือสิ่งที่เราทำอยู่ หากเราทำด้วยใจเราก็จะมีความสุขกับงานนั้น เคยมีหนึ่งคำถามที่เพื่อนถามหนูว่า “เองไม่เหนื่อยหรอที่ต้องเรียนไปด้วย และทำโครงการเยาวชนด้วย วันเสาร์ อาทิตย์ ก็ไม่เคยได้อยู่บ้านพักผ่อน” หนูตอบได้คำเดียวเลยว่า เหนื่อยนะ มีท้อนะ แต่ไม่ถอย เพราะงานที่หนูทำอยู่ตรงนี้หนูทำด้วยใจ หนูรัก ไม่ ได้โดนบังคับมา ในเมื่อเราเลือกที่จะทำงานตรงนี้แล้ว ก็ต้องสู้ ถึงจะท้อแต่ก็ไม่เคยถอย การที่ได้มาทำงานตรงนี้ หนูคิดว่าได้อะไรหลายๆอย่าง ที่หนูคิดว่ามันเคยเป็นจุดด้วยของหนู เช่น การไม่กล้าคุย ไม่กล้าพบปะกับคนในชุมชน หรือคนอื่นๆ แต่ พอได้มาตรงนี้มันทำให้หนูได้ฝึกฝนการพูดคุยกับคนอื่นๆ ให้ชำนาญมากยิ่งขึ้น ทำให้เราชินและกล้าแสดงออกในเรื่องที่ดี ได้ฝึกฝนการทำงานเป็นทีม ควบคุมอารมณ์ได้ ใส่ใจคนรอบข้าง จนทัศนคติความใฝ่ฝันในอนาคตของหนูมันเปลี่ยนไป แต่ก่อนอยากที่จะเรียนบริหารธุรกิจ อยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง แต่พอได้มาสัมผัสงานที่ทำร่วมกับชุมชน มันทำให้หนูอยากทำงานร่วมกันกับชุมชน พัฒนาสังคม ของตนเองให้มีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น อยากให้ทุกคนในชุมชนรักใคร่สามัคคีกัน ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาชุมชนของตนเองให้น่าอยู่ หนูอยากจะเป็นผู้นำที่ดี และเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นได้เห็นและนำไปเป็นแบบอย่าง กล้าที่จะพูดความคิดเห็นของตนเองออกมา ให้คนอื่นได้รับรู้ แลก เปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ซึ่งกันและกัน หนูอยากมีโอกาสจะทำงานตรงนี้ ถึงแม้ว่าจะทำไม่ได้อย่างที่กล่าวไว้ทั้งวัน แต่หนูจะทำทุกอย่างให้เต็มที่ ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ มันเป็นอะไรที่ไม่ยากเกินไปสำหรับเราหรอก เพราะหนูเชื่อว่า “การทำสิ่งที่เรารัก ยังไงมันก็ต้องสำเร็จ ถึงแม้ว่าคนอื่นจะมองอย่างไรก็ตาม”


นางสาววารินทร์ รุ่งเรือง
(น้องเมย์)



จุดเปลี่ยนแปลงชีวิตของฉัน

คือ การได้ไปในที่ใหม่ ได้พบสถานที่ที่ไม่เคยเจอพบ คนมากมายเพราะมันเป็นประสบการณ์ที่ดวงตาได้เห็น มาจากเสียงที่ได้ยิน และมาจากความรู้สึกไม่ได้มีภาพถ่าย ภาพทุกอย่างอยู่ในสมอง จิตใจเรา ทุกที่เป็นได้ทั้งครู ทั้งเพื่อน เช่น ทะเลตะวันรอน ตอนนี้ที่เป็นที่พักพิงใจที่ได้มาพักผ่อน ไม่มีใครที่ไหนที่เห็นทะเลรู้สึกเครียด แต่รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้มาทะเล และเป็นเพื่อนใจที่ได้ทบทวนตัวเอง ว่าเราอยู่ที่ไหน และเรามาเพื่ออะไร ชีวิตทุกคนต้องเจอกับปัญหาเช่นเดียวกับคลื่นทะเลที่ลงและขึ้นตลอดเวลา ก็เปรียบเหมือนชีวิตเราที่มีความสุขและทุกข์บ้างในบางครั้ง หรืออาจจะเจอทั้งสุขและทุกข์ไปพร้อมกัน ทะเลเป็นสิ่งหนึ่งที่ดิฉันมาทุกครั้งและถามตัวเองว่า ทะเลไกลและกว้างใหญ่แก้ไหนนะ และขอบทะเล อีกฝั่งจะเป็นอย่างไร สิ่ง ที่ทำได้ตอนนี้ คือ ยอมรับความจริง และดำเนินชีวิตให้ดีที่สุดทั้งทำให้ตนเองและผู้อื่น เพราะสุดท้ายชีวิตนี้ วันหนึ่งก็ต้องตาย และสลายไปไม่มีตัวตนไม่มีอะไรให้จดจำ นอกจากความดี และขอฝากคำกลอน ที่ว่า “จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว”



นางจิราภรณ์
บุญมี (พี่แมว) พี่เลี้ยง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสนิท


จุดเปลี่ยนเยาวชนของฉัน


ในครั้งแรก เด็ก ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ได้มองเห็นประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม หวังมาแค่ได้เจอกับเพื่อน มาเล่นเกมส์ละลายพฤติกรรม บางคนก็ถูกบังคับมา แต่หลังจากที่เด็กๆได้มาร่วมกิจกรรมการเรียนรู้หลายๆครั้ง เรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็ก แววตาเด็กมีความหวัง มุ่งมั่น ในการทำกิจกรรม ก่อให้เกิดการพัฒนาตั้งแต่ตัวเอง ครอบครัว รวมถึงชุมชน ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นเราเสียอีกที่ปล่อยให้เขาคิด เขาทำ โดยไม่ได้เข้าไปดูแลอย่างเต็มที่ เนื่องด้วยภาระงานที่มาก และนอกจากนั้น ทำให้มองเห็นว่าเด็กมีพลังที่จะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้ ถ้ามีผู้ใหญ่ให้กำลังใจ สนับสนุน เอาใจใส่เขา ยอมรับฟังความคิดเห็นของเด็กบ้าง ซึ่งถือว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างประสบการณ์ความรู้ที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขา และเกิดขึ้นกับตัวเด็กโดยตรง ที่เห็นได้ชัด เช่น ความรับผิดชอบ การวางแผนในการทำงาน การเสียสละเวลา การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และ สุดท้ายมีความตั้งใจอยากเห็นชุมชนของตนเองดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะปัญหาเรื่องขยะ ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็ก แต่เขาก็มีความตั้งใจ พยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้ โดยเริ่มต้นจากชุมชนเล็กๆในตำบล

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้เด็กๆเยาชน ขอให้มีพลังในการคิด การทำงาน และสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้และขอขอบคุณแทนผู้ใหญ่ทุกคนที่มีลูกหลานที่น่ารัก พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาตำบลของตนเองให้ดีขึ้นต่อไป

กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
นาถชิดา อินทร์สอาด - 9 เดือนที่แล้ว
นาถชิดา อินทร์สอาด - 10 เดือนที่แล้ว
นาถชิดา อินทร์สอาด - 8 เดือนที่แล้ว
นาถชิดา อินทร์สอาด - 10 เดือนที่แล้ว
นาถชิดา อินทร์สอาด - 8 เดือนที่แล้ว