พิเชษฐ์ ปานดำ
ผู้ประสานงาน
ตำแหน่งที่ได้รับในโครงการต่างๆ
ประวัติและผลงาน

พี่เลี้ยง...การบ่มเพาะต้นกล้า

นายพิเชษฐ์ ปานดำ หรือ “ลุงอิฐ”

 

“ลุงอิฐ” ชายวัยกลางคน ที่ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนอยู่ในบ้านเกิดของตนเองมายาวนานกว่า 10 ปี ภายใต้โครงการความมั่งคงทางอาหารชุมชนชายฝั่งอ่างพังงา ลุงอิฐได้ร่วมขับเคลื่อนงานอนุรักษ์และฟื้นฟูฐานทรัพยากรอาหารในชุมชนบริเวณ อ่าวพังงาที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นการขับเคลื่อนงานกับผู้ใหญ่ในชุมชนเป็นหลัก แต่เมื่อปัญหาหรือการขับเคลื่อนงานบางส่วนจำเป็นต้องมีเด็กๆ เข้ามามีส่วนร่วม และจะต้องสืบทอดงานของชุมชนต่อ ลุงอิฐจึงเข้าไปสนับสนุนการก่อตั้งกลุ่มเยาวชนในหลายชุมชนในพื้นที่ กลุ่มเด็กชายเล รักษ์ป่าชายเลน บ้านทองหลาง จึงเป็นหนึ่งกลุ่มที่ลุงอิฐ เข้ามามีบทบาทในฐานะองค์กรพี่เลี้ยงจากภายนอกที่คอยชักชวนเด็กประชุมพูดคุย และขยับขับเคลื่อนงานกับผู้ใหญ่ อีกทั้งการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเยาวชนทำหน้าที่เป็นผู้สืบทอด เรียนรู้ และช่วยสื่อสาร ลดปัญหาความขัดแย้งของคนในชุมชน และสร้างความเข้าใจกับบุคคลภายนอก จนกลายเป็นแนวร่วมสืบสานเจตนารมย์และพร้อมที่จะรับช่วงงานต่อจากกลุ่ม ผู้ใหญ่ในชุมชนในอนาคตอันใกล้ 

 

ถึงแม้ ณ วันนี้ ลุงอิฐ ยังรู้สึกว่า กิจกรรม “ละคร” ของกลุ่มเยาวชนยังจะไม่ถึงขั้นดีสุด คนวางกระบวนการอย่างลุงอิฐมิได้คาดหวังว่ากลุ่มเยาวชนจะต้องมีแผนการทำ กิจกรรมที่ชัดเจนในระยะยาว แต่จะเน้นการทำกิจกรรมและการประเมินผลที่เกิดขึ้นตลอดเวลา นั่นคือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ตลอดเวลา เพื่อให้พวกเขาสามารถขับเคลื่อนงานต่อไปได้ “มันจะทำให้เคลื่อนไปมาได้ตลอด ปัญหาหากเราเป็นคนทำสื่อ (มีทั้งด้านบวกและลบ) หากไม่ชัดทางความคิด ก็จะส่งผลกระทบกับเด็กที่นั่งดูและความคิดของคนในชุมชน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เลยต้องมานั่งคิดกันใหม่ ประเด็นหลักคือ สื่อที่จะต้องออกไปจะออกไปอย่างไร เช่น ทางรุนแรงเกินไปเด็กที่นั่งดูก็อาจจะทำตามได้ ละครมันสื่อ หากเด็กๆ ชอบก็นำไปปฏิบัติได้ มันมี 2 มุม เมื่อสื่อแล้วส่งผลอะไรต่อสังคม”

นอกจากนี้ลุงอิฐยังเห็นข้อจำกัดของกลุ่มเยาวชนในเรื่องความคิด และการสร้างกระบวนความคิดที่จะสื่อสารออกมาเป็นละครจะต้องมีการพัฒนาเพิ่ม เติม หากยังคงต้องสื่อสารผ่านละคร “หากจะเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ต้องวางกระบวนการกันมากขึ้น เช่น ประเด็นหญิงชาย ประเด็นความเหลื่อมล้ำทาง ชาติพันธุ์ ละคร คือ ตัวสื่อให้คนดู จะเป็นการสร้างค่านิยมให้กับสังคมได้  แต่ถ้าอย่างเพลงเป็นเพียงส่วนเสี้ยว อย่างเช่นเรคเก้รักป่าชายเลน ไม่มีปัญหา  แต่ละครคือทั้งหมด  ถ้าชุดความคิดไม่ชัด การสื่อสารไม่ชัดก็จะเขว ต้องระมัดระวัง ละครเองก็เช่นเดียวกัน จากสื่อกระแสหลักที่เราเห็นสะท้อนในละคร ถ้าไม่มีการปรับปรุง หากไปผลิตซ้ำ หรือละครหากไม่หลุดกรอบความคิดอย่างละครฟรีทีวีช่องหลากสี มันก็คือละครน้ำเน่าทั่วๆ ไป ละครเราเป็นละครทางเลือก หากความคิดยังไม่ชัดมันก็เหมือนกับผลิตซ้ำเรื่องเดิม ไม่ต่างกับละครในทีวี ประเด็นคือ จะให้เด็กดีในทางนี้ ต้องมีผู้รับผิดชอบหลักด้วย เรื่องนี้ชุมชนเองก็ต้องมีผู้มารับผิดชอบ แต่เมื่อพิจารณาองค์ประกอบ  ชุมชนเองก็มีปัญหาเฉพาะหน้าที่หนักหน่วง ยากที่จะต้านคนมารุกป่า คดีเรื่องความสำคัญอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึง” 
อนาคตลุงอิฐ หวังจะยกระดับการทำงานของกลุ่มเยาวชนและการขับเคลื่อนงาน ด้วยการเชื่อมให้เด็กๆ ได้รู้จักเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ โดยพวกเขาคนใดคนหนึ่งจะต้องไม่หลุดออกไปจากฐานเดิม นั้นคือ สมาชิกทุกคนจะได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนกับกลุ่มอื่นๆ มิใช่การส่งตัวแทนเพียง 2-3 คน เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งจะทำให้เด็กๆ เหล่านั้นหลุดออกจากฐานกลุ่มของพวกเขา “กระบวนการเยาวชนเราต้องผลิตในฐานะเป็นกลุ่ม ไม่ตัดขาดจากชุมชน ไปโดยมีฐานชุมชนรองรับ ไม่ใช่เป็นเด็กเก่งของครูแล้วได้ไป หรือเก่งแต่พูดอย่างเดียวไม่เอา”  และด้วยกระบวนการที่ผ่านมาของลุงอิฐ ที่ทำงานร่วมกับกลุ่มเยาวชน ทำให้เห็นถึงปัญหามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การทำกิจกรรมที่เน้นโครงสร้างการบริหารจะส่งผลต่อความต่อเนื่องของกิจกรรม ของเด็กๆ ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น ลุงอิฐจะคอยผลักดันให้เกิดการทำงาน โดยใช้กิจกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน ให้เด็กๆ แบ่งงานกันรับผิดชอบไปตามกิจกรรม ซึ่งเป็นการฝึกฝนให้กลุ่มเยาวชนดำเนินกิจกรรมที่ให้น้ำหนัก กับ กิจกรรมมากว่าการทำงานเชิงโครงสร้าง “หากแกนนำคนใดหลุดจากกระบวนการขับเคลื่อนแต่กิจกรรมก็ยังคงเกิดขึ้นได้ นั้นคือ ทำให้กลุ่มเยาวชนเกิดการทำงานในแนวระนาบ อีกทั้งยังช่วยสร้างแกนนำที่หลากหลาย ไม่ยึดติดที่บุคคล เป็นการปรับให้ไม่ให้ใครเก่งเกินใคร ทุกคนก็ต้องพึ่งพากัน"