อภิศักดิ์ กำเพ็ญ
ผู้ประสานงานสภาเด็กและเยาวชน ต.แม่ทา และพี่เลี้ยงกลุ่มเยาวชน ต.แม่ทา จ.เชียงใหม่
ตำแหน่งที่ได้รับในโครงการต่างๆ
ประวัติและผลงาน



­

น้อง อั๋น เป็นลูกหลานแกนนำเกษตรกรยั่งยืนแม่ทาคนหนึ่ง ที่พ่อแม่ของน้องอั๋นก็เคยล้มเหลวจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและหันมาทำเกษตร อินทรีย์ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี น้องอั๋นได้ถูกสะสมความรู้และปลูกฝังแนวคิดการทำเกษตรอินทรีย์ผ่านเวที ประชุมของพ่อแม่ทีละนิดๆ จนกระทั่งมีความคิดว่าเรียนจบจะมากลับอยู่บ้านและเป็นเกษตรกรเหมือนพ่อแม่

 

“สมัย เด็กๆ ได้ตามพ่อแม่ออกไปอบรมข้างนอกอยู่บ่อยๆ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเห็นว่าได้ไปเที่ยว เราเป็นลูกเกษตรกรบ้านนอกธรรมดาแต่ได้มาโรงแรม ได้นอนโรงแรม ได้กินอาหารอร่อยๆ พอนานเข้าก็เริ่มซึมซับและได้เรียนรู้กระบวนการต่างๆ จากนั้นก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกลุ่มเยาวชนตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน และคิดว่าจะทำต่อไปเรื่อยๆ” 

 

น้อง อั๋นเรียนจบระดับ ปวส. ออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มีหลายคนถามว่าทำไมไม่เลือกเรียนสายเกษตรทั้งๆที่พ่อแม่ทำเกษตร “ผมคิดว่าพ่อแม่เรานี้แหละเป็นอาจารย์ที่ดีที่สุด” น้องอั๋นคิดอย่างนั้น “ครอบครัว พ่อแม่ ให้โอกาสเราคิดและทำ ไม่บังคับเรา มันจึงทำให้ผมมาถึงวันนี้ได้ ตอนนั้นผมจึงตั้งใจว่าเรียนจบผมจะมาช่วยพ่อแม่เพราะว่าในเมื่อเราเติบโตมา จากลูกเกษตรกรก็คิดว่าอาชีพนี้แหละที่เราอยากทำ” 

 

“แม่ ทา” กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ต้องผ่านกระบวนการที่ยาวนานกว่า 20 ปี เพราะในอดีตมีผู้ใหญ่อย่างพ่ออนันต์ ดวงแก้วเรือน ลุงพัฒน์ อภัยมูล และคนอื่นๆได้สร้างฐานชุมชนและให้โอกาสเด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ พัฒนาชุมชน “ผมคิดว่าสำคัญตรงที่ผู้ใหญ่ และครอบครัวให้โอกาสเรา”

 

“ตอน นี้ผมร่วมกับเพื่อนในชุมชน 5 คน ซึ่งปลูกผักส่งให้สหกรณ์อยู่แล้วมาทำตลาดระบบใหม่เป็นตลาดระบบ CSA (Community Supported Agriculture) เป็นการทำตลาดที่ต่อยอดจากพ่อแม่ ซึ่งทำการผลิตเกษตรกรรมอินทรีย์อยู่แล้ว โดยจะปลูกผัก ผลไม้ตามฤดูกาล ผักพื้นบ้านส่งให้กับสมาชิกทุกอาทิตย์ ทำให้เดือนๆหนึ่งมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ 4,000 – 5,000 บาท ตอนนี้อยู่ในช่วงทดลองทำหากระบบเรียบร้อยดีแล้วก็จะขยายไปยังสมาชิกกลุ่ม เยาวชนต่อไป”  

 

น้อง อั๋นมองว่าการทำเกษตรกรรมยั่งยืนเป็นทางเลือกและทางรอดในการรักษาทรัพยากร ธรรมชาติด้วย เนื่องจากการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำเกษตรเชิงเดี่ยวก็ไม่มี แถมยังช่วยรักษาระบบนิเวศดิน น้ำ ป่า เพราะไม่ใช่สารเคมีในการเกษตร “มันอาจไม่ใช่ทั้งหมดแต่ผมคิดว่ามันสัมพันธ์กัน” 

 

สำหรับ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในกลุ่มเยาวชนคิดว่า ตนเองมีระบบคิดและสามารถวิเคราะห์สิ่งต่างๆได้ สามารถจัดการกับปัญหาในชีวิตได้ดีขึ้น ในส่วนของกลุ่มเยาวชนพบว่าเยาวชนมีกระบวนการทำงานเป็นทีมมากขึ้น รู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ช่วยกันแก้ปัญหา สำหรับชุมชนเห็นว่าชุมชนมีพลังในการทำงานเพิ่มขึ้น มีกลุ่มคนที่ทำงานหลากหลายมากขึ้นทำให้ชุมชนมีคนสืบทอดส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น