ระวิวรรณ กันไชยสัก
พี่เลี้ยง
ตำแหน่งที่ได้รับในโครงการต่างๆ
ประวัติและผลงาน

พี่วี หรือป้าวี นางสาวระวิวรรณ กันไชยสัก อายุ 56 ปี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) อาชีพเกษตรกรและปักผ้า พี่วี หรือป้าวีของเด็กๆ กลุ่มเยาวชนบ้านทุ่งยาว เป็นพี่เลี้ยงกลุ่มเยาวชนบ้านทุ่งยาวมาตั้งแต่เริ่มแรกหลังจากบทบาทของกลุ่ม หนุ่มสาวลดลงด้วยส่วนใหญ่เปลี่ยนวิถีชีวิตออกไปทำงานนอกชุมชนมากขึ้น 

หาก ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 37 ปีที่แล้ว พี่วีก็คือ เยาวชนคนหนึ่งของบ้านทุ่งยาวและได้เข้าร่วมเป็นแกนนำในนามของกลุ่มหนุ่มสาว บ้านทุ่งยาว ร่วมกับผู้ใหญ่ในการปกป้องผืนป่าน้ำจำของคนทุ่งยาวจากการ เข้ามาบุกรุกพื้นที่ของชาวบ้านต่างอำเภอ “ปีพ.ศ. 2517 ชาวบ้านป่าเห็วกว่า 300 คนจะมาจับจองที่ดินทำกินในป่าน้ำจำ พวกผู้ใหญ่ส่วนหนึ่งก็ไปชุมนุมร้องเรียนที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน ส่วนพวกเราคนหนุ่มสาวก็อยู่ เฝ้าพื้นที่ เอาป้ายไปติดตามต้นไม้ แล้วก็เอาสายสิญจน์ไปพันรอบต้นไม้ในป่าไว้ สุดท้ายผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนจึงได้ตัดสินให้ชาวบ้านทุ่งยาวได้รักษาป่า ต่อไป และให้ชาวบ้านป่าเห็วอพยพออกจากป่าน้ำจำไป” และอีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งพี่วีได้เข้าไปมีส่วนร่วมปกป้องป่าชุมชนบ้านทุ่ง ยาวอีกครั้งเมื่อปีพ.ศ. 2530 ได้รวมพลังของกลุ่มหน่มุสาวในหมู่บ้านไปชุมนุมคัดค้านการประกาศให้พื้นที่ ป่าชุมชนของบ้านทุ่งยาวเป็นเขตวนอุทยานแห่งชาติ พลังของชุมชนที่ร่วมกันดูแลจัดการป่ามาด้วยชุมชนเองตั้งแต่ก่อร่างสร้างหมู่ บ้านทำให้ชุมชนสามารถรักษาสิทธิในการจัดการป่าโดยชุมชนไว้ได้อีกครั้ง 30 กว่าปีที่ผ่านมาพี่วีจึงได้ช่วยงานชุมชนอย่างต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่นจริง ใจ ด้วยว่าป่าชุมชนแห่งนี้เป็นทรัพย์สมบัติที่ปู่ย่าตายายให้มา อีกทั้งวิถีชีวิตของพี่วีก็มีความผูกพันกับป่า “เราได้อยู่ได้กิน อยู่กับป่า กินกับป่า มันผูกพัน สมัยเมื่อก่อนพอเรียนจบป. 4 ก็ได้ไปเลี้ยงผีฝาย สืบชะตาป่า เห็นป่ามาตลอด พอโตมาก็โตมาพร้อมป่า”

จาก การมาช่วยงานชุมชนอย่างต่อเนื่อง แม่ภาคี จึงชักชวนพี่วีมาช่วยงาน พร้อมกับการถ่ายทอดแนวคิดและฝึกฝนพี่วีไปพร้อมๆ กัน ปัจจุบันพี่วี จึงเป็นประธานกลุ่มสตรีบ้านทุ่งยาวต่อจากแม่ภาคี และยังทำหน้าที่ทั้งผู้ประสานงานและเหรัญญิกของเครือข่ายป่าชุมชน จังหวัดลำพูน มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 “แรกๆ ไม่ได้รับการยอมรับจากเครือข่ายป่า เพราะเขาไม่รู้จักเรา ไม่รู้ว่าเราเป็นอย่างไร แต่ป้าคีช่วยรับรองว่าเราจะทำงานนี้ได้ ก็ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่นี้มา 10 กว่าปีแล้ว” นอกจากนี้พี่วียังได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการคัดสรรชุมชนรางวัลลูกโลกสี เขียวพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย การสะสมประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงต้องมีผู้สืบทอดรุ่นต่อไป “อย่างไรก็ต้องสืบทอด ถ่ายทอดต่อให้เยาวชน”  ยุทธศาสตร์การทำงานจึงเป็นการย้ายกลุ่มหนุ่มสาวในชุมชนเข้าสู่กลุ่มหนุ่มสาว รุ่นเยาว์ในโรงเรียน และพี่วีจะชักชวนมาทำกิจกรรมกันต่อในช่วงวันหยุด วันเสาร์-อาทิตย์ตามความสมัครใจของเด็กๆ ที่สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมทำมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่าเยาวชนบ้านทุ่งยาวจะได้เรียนรู้ชุมชนของตนเอง และหากให้ไล่เรียงผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นก็เริ่มจะเห็นผลกับรุ่นพี่เยาวชนที่ ตอนนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ด้วยอายุเริ่มมีเลขสามมานำหน้าแล้ว หลายคนกลับมาอยู่ชุมชน มาช่วยงานชุมชน ความภาคภูมิใจในการทำงานในวันนี้จึงเป็นการได้เห็นเยาวชนที่เติบโตแล้วกลับ มาสานต่องานในชุมชนสืบทอดต่อจากตนและแม่ภาคีได้ต่อไป “พ่อหลวงวิน [1]เป็น เยาวชนรุ่นแรกที่เราพาไปเข้าค่ายเรียนรู้กับเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดลำพูน ซึ่งวันนี้พ่อหลวงวินก็กลับมาช่วยงานในชุมชน เป็นพ่อหลวงรุ่นใหม่ และสนับสนุนงานเยาวชนของเรา”


[1] นายทรัพย์อนันต์ วรรณสัก ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งยาว และที่ปรึกษากลุ่มเยาวชนบ้านทุ่งยาว