นายประเสริฐ ทองสุย หรือ “หนุ่ม” อายุ 25 ปี กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย การศึกษานอกโรงเรียน อาชีพทำสวนยางพารา
เด็ก
หนุ่มเกเร ไม่สนใจการเรียน ชอบเที่ยวเตร่ ชอบเที่ยวไปตามที่ต่างๆ
ใช้ชีวิตนอกบ้าน ออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 16 ปี
แต่ได้มีโอกาสหันกลับมาคิดทบทวน “มันไม่ได้อะไร ไม่เหลืออะไร
ยิ่งอยู่ยิ่งลำบาก อยู่บ้านยังไงไม่อดข้าว” จึงตัดสินใจกลับมาอยู่บ้าน
แต่ก็ยังมิได้ช่วยเหลืองานของครอบครัวเหมือนเดิม
ยังใช้ชีวิตเที่ยวเตร่ไปกับเพื่อนๆ ที่มีพฤติกรรมเดียวกัน กินเหล้าเมายา
จึงทำให้หนุ่มเคยโดนตำรวจจับกุม ส่งผลให้เริ่มหยุดพฤติกรรมที่ไม่ดี
เมื่อได้มาเจอน้าจักรได้เห็นความพยายามและผลงานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
อีกทั้งด้วยสายเลือดนักอนุรักษ์ที่มีอยู่ในตัว หนุ่ม
เห็นพ่อรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา
ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการมาตั้งแต่เด็ก และได้มีโอกาสตามพ่อไปทำงาน
“จัดค่ายกับเด็ก” จึงจุดประกายให้หนุ่มอยากเข้าไปทำหน้าที่แบบนั้นบ้าง
หนุ่ม
กลายเป็นแกนนำหลักของเพื่อนๆ ในกลุ่มเยาวชนรักษ์คลองบางปรุ
ด้วยหนุ่มเป็นคนกล้าพูด
กล้าที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับคนในชุมชนมากกว่าเพื่อนๆ คนอื่นในกลุ่ม
บทบาทหน้าที่หลักๆ ของหนุ่ม ในกลุ่มเยาวชน คือ การเป็นประธานกลุ่ม
และเป็นแกนนำหลักที่จะคอยชักชวนเยาวชนในกลุ่มร่วมประชุม ทำกิจกรรมในกลุ่ม
ร่วมกับน้องฝ้าย อีกทั้งยังทำหน้าที่หลักรับผิดชอบงานของโรงเพาะพลับพลึงธาร
“รู้สึกว่ามันดี คุ้มค่ากับการที่เราเหนื่อย ถึงแม้เราเป็นกลุ่มเล็กๆ
ที่จะรักษาตรงนี้ไว้ เราได้มีส่วนร่วมสร้างจิตสำนึกให้คนหลายคนได้
รับรู้ว่า พลับพลึงธารหายไป มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งมันหายไป
เราได้สร้างคุณค่าให้คนในชุมชนรักษาคลองบ้านเรา เพียงการทิ้งขยะลงคลอง
ก็เท่ากับเราทำลายไปแล้ว” หนึ่งความรู้สึกที่หนุ่มภาคภูมิใจกับสิ่งที่ทำ
การ
เปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นกับตัวหนุ่ม
หลังจากที่เขารวมกลุ่มกับเพื่อนทำกิจกรรมและขับเคลื่อนงานร่วมกับพี่เลี้ยง
อย่างน้าจักร “น้าจักร เปลี่ยนผมจากเด็กติดยาเสพติด
พาไปเข้าร่วมเวทีฝึกอบรม ไปทำกิจกรรม สอนผมหลายอย่าง”
การได้ออกไปเรียนรู้นอกชุมชนตามเวทีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากน้าจักรพาไป
หรือแม้แต่การเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนเครือข่ายภายใต้โครงการต้นกล้าในป่า
ใหญ่ จากการได้ไปเจอเพื่อนๆ ต่างกลุ่ม
ได้เห็นถึงการต่อสู้มากมายกับปัญหาของพวกเขา หนุ่มนำมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ
เยาวชนฟังถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มา เพื่อทำให้เพื่อนๆ
มีกำลังใจในการทำกิจกรรมต่อไป และยกระดับงานให้ดีขึ้น “เราเพียงแค่เริ่มต้น
ไม่ต้องต่อสู้กับใคร พวกเราเพียงต่อสู้กับตัวเองก่อน ทำให้ไหว”
การทำกิจกรรมที่ผ่านมาทั้งในกลุ่มเยาวชนและการออกไปอาสาช่วยงานในชุมชน
ทำให้หนุ่มได้เรียนรู้ระหว่างทางมากมาย
หนุ่มเริ่มหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จากคนไม่กล้าพูดต่อหน้าคนมากๆ
การเข้าไปร่วมทำกิจกรรมผลักดันให้หนุ่มกล้าพูดมากขึ้น
และจากคำสอนของน้าจักร “ถ้าเราพูดเราไม่ผิด แต่ถ้าเราไม่พูดเราผิด”
มีกระบวนการคิดมากขึ้น จากการได้เรียนรู้กระบวนการคิดที่เป็นขั้นเป็นตอน
ในการอบรมและการประชุมภายใต้โครงการต้นกล้าในป่าใหญ่
ที่ฝึกให้เยาวชนมีกระบวนการคิดและทำงาน
ปัจจุบัน
นี้ หนุ่มมีการพัฒนาศักยภาพตัวเอง มีทักษะการทำงาน บทบาทในชุมชนมีมากขึ้น
ผู้ใหญ่ในชุมชนจึงชักชวนและผลักดันให้เขากลายเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในอนาคต
อ่านบันทึกการเรียนรู้ : พืชน้ำที่ถูกคุกคาม