พระครูสุจิณนันทกิจ (พระอาจารย์สมคิด จารณธัมโม)
ผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชน
ตำแหน่งที่ได้รับในโครงการต่างๆ
เจ้าหน้าที่โครงการ ใน Active Citizen น่านปี 1
เจ้าหน้าที่โครงการ ใน Active Citizen น่านปี 2
เจ้าหน้าที่โครงการ ใน Active Citizen น่านปี 3
ประวัติและผลงาน

­

­

­

­

พ.ศ. ๒๕๒๖ ครูสอนนักธรรมชั้นโท สำนักเรียนปริยัติธรรมวัดดู่พงษ์ จังหวัดน่าน

พ.ศ. ๒๕๒๙ พระธรรมทูตสามัญจังหวัดน่าน

พ.ศ. ๒๕๓๑ พระธรรมทูตเฉพาะกิจของกรมการศาสนา

พ.ศ. ๒๕๓๒ พระนักเผยแผ่พื้นที่สูงกรมการศาสนา

      พระสมคิด จารณธมฺโม เริ่มทำงาน พ.ศ. ๒๕๒๖ หลังจากเรียนจบนักธรรมชั้นเอก โดยเป็นครูสอนหนังสือนักศึกษาและนักธรรมชั้นโท ซึ่งเป็นหลักสูตรพระปริยัติธรรม สอนอยู่ ๒ ปี หลังจากนั้นก็เข้ารับการอบรมหลักสูตรการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยได้รับการแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูตทั้งสามัญและพระธรรมทูตพื้นที่สูงและเป็นพระนักเผยแผ่ธรรมให้กับเยาวชนในสถานศึกษาโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่บนพื้นที่สูงได้มีโอกาสได้เข้าถึงพระธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

     จากนั้นสนใจงานด้านการพัฒนาจึงได้ไปศึกษาดูงานการพัฒนาที่มีอยู่ในประเทศหลายรูปแบบเช่นการออมทรัพย์ของชุมชนภาคใต้ ภาคตะวันออกการรวมกลุ่มของผู้นำผู้รู้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชนภาคเหนือ ซึ่งประสบการณ์จากการศึกษาดูงานเป็นสาเหตุให้เก็บมาคิดและวางแผนงานประยุกต์ธรรมนำการพัฒนาโดยการฟื้นฟูชุมชน ที่ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการตัดไม้ทำลายป่า ความแห้งแล้ง ความยากจน ที่เป็นวัฎจักร ที่ไม่รู้จักจบสิ้น จึงได้เริ่มจัดกิจกรรมที่เป็นแนวทางของการแก้ไขปัญหาคือการอนุรักษ์ป่าไม้ให้เป็นป่าชุมชน จัดการโดยชุมชน โดยนำพิธีกรรมและความเชื่อของชุมชนมาใช้เป็นกุศโลบายในการดำเนินกิจกรรมโดยนำพิธีทางด้านศาสนามาใช้คือการ “บวชป่าสืบชะตาแม่น้ำ” เพราะคนโบราณมีความเชื่อว่าป่า คือต้นตอบ่อเกิดของวิถีวัฒนธรรมชุมชน การฟื้นฟูป่าคือการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับมนุษย์ด้านปัจจัย ๔ อย่างสมดุลย์ นอกจากการพัฒนาที่จะยั่งยืนได้ จะต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้และเข้าใจพื้นฐานวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งจึงได้จัดกลุ่มกิจกรรมดังนี้

      ๑. ส่งเสริมอาชีพในชุมชน ได้จัดให้มีแปลงเรียนรู้ด้านการพึ่งตนเองโดยผ่านการทำการเกษตรแบบสมผสาน ปัจจุบันสามารถขยายเครือข่ายเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน ๖๐ แห่งและมีการมาศึกษาดูงานของเครือข่ายชุมชนและหน่วยงานอื่น ๆ เป็นประจำทั้งภาครัฐ ฯ และเอกชน

      ๒. ส่งเสริมด้านหัตถกรรมเช่น การทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ ปัจจุบันมีสมาชิก ๖๐ คน มีหมู่บ้านเครือข่าย ๘ หมู่บ้าน มีกองทุนสวัสดิการของกลุ่มอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

      ๓. การจักรสาน มีการนำไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติมาให้ชาวบ้านจักรสานเช่ ตะกร้า เข่งใสผลไม้ ภาชนะใส่อาหาร การถักไม้กวดดอกก๋ง เป็นต้น

      ๔. การตีเหล็ก มีการฟื้นฟูการตีเหล็กพื้นบ้านโดยการนำภูมิปัญญามาประยุกต์ใช้จนก่อให้เกิดรายได้เป้นอย่างดี

      ๕. การฟื้นฟูองค์ความรู้ด้านสมุนไพร จนสามารถนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชนหันมาดื่มน้ำสมุนไพรแทนการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลส์

      ๖. การจัดตั้งกลุ่มเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

      ๗. การจัดตั้งกลุ่มศิลปินพื้นบ้านเพื่อสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น

      ๘ .ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนหลักสูตรมหาวิทยาลัยชีวิต โดยความร่วมมือกับสถาบันวิสาหกิจชุมชนและมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ซึ่งปัจจุบันมีนักศึกษาจำนวน 52 คน เรียนสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ระดับปริญญาตรี

      ได้ประสานงานกับทางมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงมาเปิดพื้นที่ส่งเสริมให้เกษตรกรเลิกปลูกพืชเชิงเดี่ยวหันมาปลูกพืชแบผสมผสานและสร้างระบบน้ำให้เพียงพอกับการเกษตร

ถอดบทเรียนที่เกี่ยวข้อง
พระครูสุจิณนันทกิจ (พระอาจารย์สมคิด จารณธัมโม)