การเรียนรู้ผ่านโครงการเพื่อชุมชน (PBL) เพื่อถ่ายทอดความรู้พื้นฐานด้านศิลปะและต่อยอดการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น จังหวัดราชบุรี ปี 2

ผลลัพธ์ของความรับผิดชอบ

โครงการ Art อาสาสร้างศิลปะสู่น้อง


การที่นักศึกษามาทำกิจกรรมแบบนี้เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน คือ เด็กมีความรู้ มีทักษะชีวิตเพิ่มมาก มีคุณธรรม ความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันในกลุ่ม และยังได้ความรู้ส่วนที่เกี่ยวกับหนังใหญ่ ประวัติวัดขนอน รู้ที่มาที่ไป ส่วนครูก็ได้แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆ ไว้เป็นแนวทาง เป็นสิ่งที่น่าจะปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนต่อไป

แม้จะมาจากต่างถิ่นคือจังหวัดร้อยเอ็ด และยังไม่รู้จักพื้นที่ดีพอ แต่เมื่ออาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ชวนให้มาร่วมเรียนรู้กับโครงการพลังเด็กและเยาวชนเพื่อการเรียนรู้ภูมิสังคมภาคตะวันตก โดยมีเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าถิ่นชักชวนอีกแรง หญิง-พัชภรณ์ สวรรค์ล้ำ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ด้วยเหตุผลคือ อยู่มหาวิทยาลัยก็ทำกิจกรรมค่ายอยู่เป็นประจำ จึงคิดว่าการทำโครงการในชุมชนน่าจะช่วยพัฒนาศักยภาพของเธอได้อีกทางหนึ่ง

หญิงบอกว่า ครั้งแรกที่ไปร่วมกิจกรรมนับ 1 สร้างสำนึก ปลุกพลเมือง พี่ๆ ในโครงการฯ ชวนค้นหาสิ่งที่น่าสนใจในชุมชนเพื่อเป็นฐานในการทำงานโครงการ พอดีเพื่อนคนหนึ่งในทีมมีบ้านอยู่ใกล้วัดขนอน จึงชวนกันลงพื้นที่สำรวจสภาพวัด แต่เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ ก่อนลงพื้นที่เธอจึงค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตก่อนว่า วัดขนอนมีประวัติความเป็นมาอย่างไร และเด่นในเรื่องใด

เหตุผลที่ทีมงานต้องสืบค้นข้อมูลวัดขนอนก่อน เป็นเพราะพี่ๆ ในโครงการย้ำว่า การพัฒนาโครงการต้องมีข้อมูลของชุมชน หญิงและเพื่อนจึงลงสำรวจพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อกลับไปร่วมกิจกรรมนับ 2 ยั่วให้คิด ยุให้ทำ จะได้ตอบคำถามของพี่ได้ ประกอบกับรู้ตัวว่าการเรียนเอกศิลปะมีกิจกรรมค่อนข้างมาก เมื่อมีเวลาว่างจึงตัดสินใจลงพื้นที่ศึกษาชุมชนก่อน เมื่อเห็นสภาพพื้นที่วัดขนอนซึ่งมีกิจกรรมอนุรักษ์หนังใหญ่ รวมทั้งมีกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับหนังใหญ่ ด้วยความที่เรียนเอกศิลปะอยู่แล้วทีมงานจึงเกิดความสนใจ แต่เมื่อสอบถามจากชาวบ้านที่อยู่อาศัยโดยรอบ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับหนังใหญ่ แม้ว่าจะมาทำบุญ และช่วยงานที่วัดเป็นประจำก็ตาม

ทีมงานลงพื้นที่เป็นครั้งที่ 2 เพราะรับโจทย์ในการพัฒนาโครงการมาว่า ต้องนำแผนที่ชุมชนไปนำเสนอในกิจกรรมนับ 2 โดยครั้งนี้ถือโอกาสเข้าไปพูดคุยสอบถามผู้อำนวยการและครูธรรมนูญ แย้มสิริ แห่งโรงเรียนวัดขนอน ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ วัดขนอน

“วันนั้นหนูกับเพื่อนขอเข้าพบ ผอ. เข้าไปแนะนำตัวและบอกว่า พวกเราอยากเข้ามาจัดกิจกรรมให้กับน้องๆ แต่วันนี้ขอมาเรียนรู้ก่อนว่า เด็กในพื้นที่นี้รู้อะไรบ้าง และต้องการให้เราช่วยพัฒนาในจุดไหนบ้าง” หญิง เล่า

ผู้อำนวยการโรงเรียนเล่าว่า โรงเรียนได้จัดเวลาให้นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมเรียนรู้ในวัดขนอน เช่น กิจกรรมการตอกหนัง เล่นดนตรี เชิดหนัง เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องราวศิลปวัฒนธรรมของชุมชนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่โรงเรียนขาดคือ ครูสอนศิลปะ เพราะไม่เคยมีครูที่จบเอกศิลปะโดยตรง นักเรียนจึงค่อนข้างจะขาดพื้นฐานความรู้ด้านศิลปะ จึงเป็นความบังเอิญอย่างยิ่งที่สิ่งที่โรงเรียนขาด ตรงกับทักษะที่ทีมงานมีอยู่ ทีมงานจึงได้ข้อสรุปว่า จะเข้ามาสอนพื้นฐานด้านศิลปะแก่น้องๆ ในโรงเรียน เพื่อที่ว่าน้องๆ จะได้นำไปต่อยอดในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นต่อไป

“เรามีเป้าหมายคือ ให้เด็กในชุมชนเห็นคุณค่าของศิลปะวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชนของตนเอง ตอนนั้นคิด ว่าจะสอนวิธีการวาดภาพพื้นฐาน เผื่อน้องจะเอาไปต่อยอดได้”

“ยอมรับว่า สิ่งที่จะทำต่อไปไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับพี่ๆ โครงการพลังเด็กและเยาวชนฯ แต่ละครั้ง ที่เธอได้เห็นความพยายาม ความตั้งใจของเพื่อนกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มน้องๆ ที่เรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาที่กลายเป็นแรงผลักดันให้เธออยากพิสูจน์ตนเอง”

ล้มลุกคลุกคลานตั้งแต่ต้น

แต่การทำโครงการไม่เป็นดั่งฝัน เมื่อถึงช่วงเวลาที่ต้องไปเข้าร่วมกิจกรรมนับ 2 เพื่อนในทีมเริ่มไม่มีเวลา งานที่คิดทำร่วมกันเริ่มส่อแววล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น

“พอเริ่มนับ 2 เพื่อนเริ่มบอกว่าไม่มีเวลาว่าง เราก็คิดว่าคนเรามันไม่ได้มีงานทุกวัน มันต้องมีเวลาว่างสักวัน ถ้าเรารับงานตรงนี้ เราต้องรับผิดชอบให้ได้ ต้องเคลียร์งานส่วนตัวให้เสร็จเพื่อมาทำ” หญิง เล่าความในใจ

เมื่อสมาชิกในทีมออกอาการไม่อยากทำต่อ เพราะคิดว่า เป็นงานที่ยาก คงไม่สามารถแบ่งเวลาเรียน และการทำงานในวิชาเรียนในระดับปี 3 ที่มีมากมาทำกิจกรรมได้ จนกระทั่งถึงเวทีนับ 3 รู้สิทธิ รู้หน้าที่ คนต้นเรื่องทำดีเพื่อสังคม ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการเขียนข้อเสนอโครงการ หญิงเริ่มไม่มั่นใจว่าจะได้ทำโครงการต่อหรือไม่ เพราะเงื่อนไขของโครงการที่ต้องมีทีมงานครบ 5 คน

“ตอนไปเวทีนับ 3 คิดว่าไม่ได้ทำต่อแน่ๆ เพราะทีมไม่ครบ แต่พี่เขาก็ให้ทำโครงการต่อ จนหลังเวทีนับ 3 พี่ๆ ลงพื้นที่มาถามว่าเราทำงานไปถึงไหนแล้ว ตอนนั้นแม้จะมีชื่อครบ 5 คน แต่เหลือคนทำจริงอยู่แค่ 2 คน เลยต้องทำเองทุกอย่าง”

ในที่สุดเพื่อนร่วมทีม 4 คนหนีหาย เหลือเพียงหญิงอยู่คนเดียวที่ยังยืนยันจะทำโครงการต่อไป เพราะคิดว่า เป็นการเรียนรู้ที่สร้างประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตที่ตั้งใจจะเป็นแม่พิมพ์ต่อไปในอนาคต แม้จะถูกค่อนขอดจากเพื่อนๆ ว่า อย่าคิดว่ามันจะง่าย และอย่าโลกสวย ซึ่งเธอก็ยอมรับว่า สิ่งที่จะทำต่อไปไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับพี่ๆ โครงการพลังเด็กฯ แต่ละครั้ง ที่เธอได้เห็นความพยายาม ความตั้งใจของเพื่อนกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มน้องๆ ที่เรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาที่กลายเป็นแรงผลักดันให้เธออยากพิสูจน์ตนเอง

“หนูคิดตลอดว่าน้องมัธยมศึกษาเขายังทำได้ แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้”

เมื่อไม่มีคนช่วยทำงาน หญิงเล่าปัญหาที่พบเจอให้บอส-พัลลภ ศิริมงคล เพื่อนร่วมชั้นปี แต่ต่างวิชาเอกฟัง พร้อมชวนบอสเข้าร่วมทีม

ขณะที่บอส บอกว่า หญิงมาบ่นให้ฟัง ตอนแรกก็คิดว่า ทำไมเพื่อนหายไปหมด สงสัยมันจะยากจริงๆ เห็นเขาทำอยู่คนเดียว สงสารเพื่อน เลยไปชวนเพื่อนสนิทมาอีก 2 คนมาช่วยทำ

“คำถามที่ทำให้ได้คิดวิเคราะห์ถึงเส้นทางการเรียนรู้ของทีมงาน ชี้ให้เห็นที่มาของความรู้สึกซาบซึ้งและตระหนักในคุณค่าของหนังใหญ่ ที่เกิดขึ้นเพราะการพาตัว พาใจมาเรียนรู้ ทั้งจากการสืบค้นในอินเทอร์เน็ต ก่อนที่จะมาลงพื้นที่สัมผัสของจริง เมื่อได้ย้อนมองตนเอง จึงเห็นบทเรียนวิธีการเรียนรู้ของตน นำไปสู่การคิดต่อเพื่อใช้เป็นกระบวนการถ่ายทอดให้น้องๆ กลุ่มเป้าหมายได้เห็นถึงคุณค่าของหนังใหญ่เหมือนพวกเขา”

ย้อนสู่จุดเริ่มต้น

หลังจากกิจกรรมนับ 3 เกิดการรวมตัวของทีมงานชุดใหม่ที่ต้องมีการหลอมรวมความคิด หญิงนำตัวโครงการมาให้เพื่อนศึกษา และเล่าถึงกิจกรรมที่ทำว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อทุกคนที่เรียนวิชาครู โดยบอสสารภาพว่า แอบหนักใจ เพราะตอนนั้นกิจกรรมหลักของโครงการคือ การสอนศิลปะ ในขณะที่เขาเรียนวิชาเอกคอมพิวเตอร์ ไม่ถนัดเรื่องศิลปะเลย

ขณะที่พยายามเริ่มต้นการทำงานใหม่อีกครั้ง ทีมงานลงพื้นที่ขอความรู้เรื่องหนังใหญ่จากพระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการออกแบบสื่อการเรียนรู้เรื่องศิลปะ พร้อมฝากตัวกับลุงฉลาด ถาวรนุกูลพงษ์ นายหนังแห่งวัดขนอนเพื่อขอเรียนรู้ประวัติหนังใหญ่ วิธีการทำหนังใหญ่ตั้งแต่สมัยโบราณ ความรู้สึกซาบซึ้งและเห็นคุณค่าของหนังใหญ่เกิดขึ้นในใจของทีมงาน แต่เมื่อถามว่า น้องๆ ที่มาเรียนตอกหนัง เชิดหนัง เคยได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติของหนังใหญ่บ้างไหม จึงทราบว่า ไม่เคยมีการสอน ทีมงานเห็นว่านี่คือช่องว่างของความรู้ที่น่าจะสอดแทรกเรื่องการสอนศิลปะของพวกเขาได้

“น้องๆ เป็นคนในชุมชน จึงอยากให้น้องเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่ เพื่อที่ต่อไปจะสามารถเป็นมัคคุเทศก์ให้กับนักท่องเที่ยวได้” หญิง อธิบายวิธีคิด

เช่นเดียวกับบอสที่เสริมว่า การที่เด็กได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหนังใหญ่วัดขนอน เด็กจะได้เห็นคุณค่า แม้เด็กบางคนจะเชิดหนังใหญ่ได้ก็เชิดไปตามประสา ไม่ได้รู้ความสำคัญหรือความเป็นมาของหนังใหญ่ แต่ถ้าเขาได้รู้ความเป็นมาก็จะเกิดความรักและเห็นคุณค่าของหนังใหญ่ และคิดได้ว่าชุมชนของตนก็มีวัฒนธรรมดีๆ ที่น่าจะรักษาไว้สืบต่อไป

ข้อมูลที่ได้รับรู้กับแผนงานที่ตั้งใจสอนศิลปะแก่น้องๆ ในโรงเรียนไม่สอดคล้องกัน อาการละล้าละลังของทีมงานจึงเกิดขึ้น จนกระทั่งพี่เลี้ยงโครงการพลังเด็กและเยาวชนฯ ลงพื้นที่มาช่วยถอดบทเรียนการทำงาน เพื่อช่วยกันหาทางออกในการดำเนินโครงการ ทำให้ทีมงานตื่นเต้น เตรียมตัวศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหนังใหญ่ขนานใหญ่ เพราะคิดว่า พี่ๆ จะมาตรวจสอบความรู้ จึงกลัวว่าจะตอบคำถามไม่ได้ แต่คำถามในการถอดบทเรียนไม่ใช่คำถามเช็คความรู้ กลับเป็นคำถามที่ทำให้ทีมงานได้ทบทวนตนเอง ถึงการเรียนรู้และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

บอส อธิบายว่า พี่เขาพยายามชวนเราคิดว่า สิ่งที่เราได้เรียนรู้ แต่เราไม่รู้เลยว่าเราได้เรียนรู้คืออะไร เหมือนเป็นสิ่งที่อยู่ในตัวเราแต่เราไม่ได้ตระหนัก ไม่ได้สนใจ พี่เขาพยายามดึงความรู้ตรงนั้นให้ชัดเจนขึ้น เช่น ก่อนทำกับหลังทำต่างกันอย่างไร ตอนแรกเราเป็นอย่างไร ไปลงพื้นที่มาแล้วเราเป็นอย่างไร โดยที่ไม่เกี่ยวกับข้อมูลเลย

คำถามที่ทำให้ได้คิดวิเคราะห์ถึงเส้นทางการเรียนรู้ของทีมงาน ชี้ให้เห็นที่มาของความรู้สึกซาบซึ้งและตระหนักในคุณค่าของหนังใหญ่ ที่เกิดขึ้นเพราะการพาตัว พาใจมาเรียนรู้ ทั้งจากการสืบค้นในอินเทอร์เน็ต ก่อนที่จะลงพื้นที่สัมผัสของจริง เมื่อได้ย้อนมองตนเอง จึงเห็นบทเรียนวิธีการเรียนรู้ของตน นำไปสู่การคิดต่อเพื่อใช้เป็นกระบวนการถ่ายทอดให้น้องๆ กลุ่มเป้าหมายได้เห็นถึงคุณค่าของหนังใหญ่เหมือนพวกเขา

“เพียงการจัดกิจกรรมวันเดียว ก็ทำให้ทีมงานได้เรียนรู้งานเชิงกระบวนการ ที่ต้องมีการพลิกแพลงปรับเปลี่ยน เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง เพราะทีมงานสังเกตเห็นว่า การตอบคำถามชิงรางวัลในช่วงแรก จะมีเด็กเพียงไม่กี่คนที่ตอบคำถาม เมื่อถึงเวลาสรุปบทเรียนจึงเปลี่ยนมาใช้การแบ่งกลุ่ม เพื่อให้น้องที่พูดไม่เก่ง ไม่กล้า ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นผ่านการเขียน”

กิจกรรมเรียนรู้ของพี่กับน้อง

เมื่อเห็นแนวทางใหม่ กิจกรรมที่วางแผนไว้ก็ต้องเปลี่ยน จากเดิมที่ตั้งใจสอนศิลปะให้น้องๆ เปลี่ยนเป็นการพาน้องมาเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่จากผู้รู้ตัวจริง แต่ก่อนจะจัดกิจกรรมใดๆ ทีมงานได้ทำการสำรวจความสนใจของน้องก่อนว่า อยากเรียนรู้ในเรื่องที่เตรียมไว้หรือไม่ โดยทีมงานขออนุญาตครูประจำชั้นแต่และห้อง เข้าไปประชาสัมพันธ์กิจกรรมกับน้องๆ ซึ่งนักเรียนทั้งหมดต่างสนใจที่จะมาเรียนรู้ในกิจกรรมของโครงการ

เมื่อทราบจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่แน่นอนแล้ว ทีมงานได้ประสานงานกับโรงเรียนเพื่อขอเวลาในการจัดกิจกรรม และประสานกับผู้รู้ คือ เจ้าอาวาสวัดขนอน เพื่อนิมนต์มาบรรยายประวัติหนังใหญ่ให้น้องๆ ฟัง

กิจกรรมการเรียนรู้ประวัติหนังใหญ่จึงถูกจัดขึ้นในวัดขนอน โดยทีมงานจัดกิจกรรมสันทนาการเพื่อสร้างความสนุกสนานแก่น้องๆ ก่อนที่จะมีการบรรยายโดยเจ้าอาวาสวัดขนอน หลังการบรรยายมีการตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ฟัง เพื่อชิงรางวัล เป็นบรรยากาศของความสนุกสนาน ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการสรุปบทเรียนการเรียนรู้ โดยแบ่งน้องออกเป็นกลุ่มๆ ละ 4 คนให้ช่วยกันระดมความคิดว่า รู้จักอะไรในชุมชนบ้าง และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฟังเจ้าอาวาสบรรยาย โดยให้เขียนคำตอบไว้บนกระดาษปรู๊ฟ กลุ่มไหนตอบได้มากที่สุดจะได้รับรางวัล

เพียงการจัดกิจกรรมวันเดียว ก็ทำให้ทีมงานได้เรียนรู้งานเชิงกระบวนการ ที่ต้องมีการพลิกแพลงปรับเปลี่ยน เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง เพราะทีมงานสังเกตเห็นว่า การตอบคำถามชิงรางวัลในช่วงแรก จะมีเด็กเพียงไม่กี่คนที่ตอบคำถาม เมื่อถึงเวลาสรุปบทเรียนจึงเปลี่ยนมาใช้การแบ่งกลุ่ม เพื่อให้น้องที่พูดไม่เก่ง ไม่กล้า ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นผ่านการเขียน

กิจกรรมดังกล่าว ได้เติมเต็มความรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่ให้แก่น้องๆ นักเรียน อีกทั้งยังเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างวัดและโรงเรียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะท่านเจ้าอาวาสได้เห็นศักยภาพของนักเรียน และใช้โอกาสนี้ชักชวนให้นักเรียนมาทำหน้าที่มัคคุเทศก์น้อยนำนักท่องเที่ยวเที่ยวชมในวัดขนอน เพื่อเสริมศักยภาพความรู้และการพูดจาให้ดียิ่งขึ้น

การจัดกิจกรรมผ่านพ้นไปด้วยดี แต่สิ่งที่ยังค้างคาใจของหญิงคือ โรงเรียนยังต้องการให้มีการสอนศิลปะแก่น้องๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่หญิงตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก จึงเป็นเรื่องที่หญิงต้องบริหารจัดการชีวิตตนเอง เพื่อทำภารกิจที่ตั้งใจให้สำเร็จให้ได้

“ทักษะกล้าพูด กล้าคิด กล้าแสดงออก คือสิ่งที่ได้เพิ่มขึ้น แต่ที่ดีที่สุดคือ เธอรู้วิธีการสอนใหม่ๆ เช่น ถ้าเราอยากให้เด็กเห็นคุณค่าเราต้องให้เด็กได้ลงมือทำจริงๆ ได้เห็นของจริง มากกว่าที่ไปค้นคว้าในอินเทอร์เน็ต”

ฝ่าฟันจนสุดทาง

เมื่อสายสัมพันธ์ถูกถักทอ หญิงอาสาเข้ามาช่วยงานของโรงเรียนเป็นระยะๆ เพราะเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตนเองที่ได้เรียนรู้เรื่องการจัดสรรเวลาในชีวิต ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะไม่ต้องการให้การทำกิจกรรมในโครงการกระทบการเรียน ทำให้ต้องรีบทำงานส่งอาจารย์ก่อน เพื่อให้มีเวลาว่างมาทำกิจกรรมในโครงการ

นอกจากความรับผิดชอบที่มีมากขึ้นแล้ว หญิงบอกว่า ทักษะกล้าพูด กล้าคิด กล้าแสดงออก คือสิ่งที่ได้เพิ่มขึ้น แต่ที่ดีที่สุดคือ เธอรู้วิธีการสอนใหม่ๆ เช่น ถ้าเราอยากให้เด็กเห็นคุณค่าเราต้องให้เด็กได้ลงมือทำจริงๆ ได้เห็นของจริง มากกว่าที่ไปค้นคว้าในอินเทอร์เน็ต

ส่วนบอสบอกว่า การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ ทำให้เขาได้พัฒนาทักษะความเป็นครู ทั้งในเรื่องการกล้าแสดงออก ความเป็นผู้นำ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีของการทำงานต่อไป แต่สิ่งที่บอสประทับใจที่สุดคือ การตระหนักถึงความสำคัญของหนังใหญ่

“เมื่อก่อนไม่เคยเห็นความสำคัญของหนังใหญ่เลย ทั้งๆ ที่บ้านผมอยู่ราชบุรี รู้แค่ว่ามันคือหนังใหญ่ แต่ไม่ได้รู้ลึกขนาดนี้ ตอนนี้ถ้าเพื่อนมาถามผมสามารถเล่าได้อย่างมั่นใจ และอย่างภูมิใจ”

“การเข้ามาเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่น เป็นการปลุกจิตสำนึกให้รักท้องถิ่น เมื่อเยาวชนในท้องถิ่นมีสำนึกรักท้องถิ่น ต่อไปภายหน้าก็จะมีโอกาสเป็นกำลังสำคัญให้ชุมชน”

งานที่เติมเต็มท้องถิ่น

พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน กล่าวว่า การเข้ามาเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่น เป็นการปลุกจิตสำนึกให้รักท้องถิ่น เมื่อเยาวชนในท้องถิ่นมีสำนึกรักท้องถิ่น ต่อไปภายหน้าก็จะมีโอกาสเป็นกำลังสำคัญให้ชุมชน

“การที่นักศึกษามาทำกิจกรรมตรงนี้ ทางวัดเราเองก็สนับสนุนเรื่องของสถานที่ วิทยากร แต่ระยะเวลาการทำงานมันสั้นไป ควรต้องมีเวลานานกว่านี้”

พระครูพิทักษ์ศิลปาคมเสนอว่า ในอนาคตนักศึกษาสามารถเข้ามาช่วยงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมร่วมกับทางวัดได้ในหลายๆ ช่องทาง เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูล การทำสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อให้คนข้างนอกรู้จักวัดขนอนให้มากขึ้น

ครูธรรมนูญ แย้มศิริ ครูโรงเรียนวัดขนอน เล่าว่า กิจกรรมในโครงการนี้เป็นการเพิ่มความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนให้แก่นักเรียน โดยมีกระบวนการวิธีการที่กระตุ้นความสนใจของเด็กๆ ทั้งการเสริมแรงโดยใช้รางวัลและการแข่งขัน การแบ่งกลุ่มในการระดมความคิด และการนำเสนอ ทำให้นักเรียนมีความตื่นตัวในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นตัวอย่างการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ครูสามารถนำไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนต่อไปได้

“การที่นักศึกษามาทำกิจกรรมแบบนี้กับทางโรงเรียนเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน คือ เด็กมีความรู้ มีทักษะชีวิตเพิ่มมากขึ้นเวลาร่วมกิจกรรม มีคุณธรรม ความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันในกลุ่ม และเขาได้ความรู้ส่วนที่เกี่ยวกับหนังใหญ่ ประวัติวัดขนอน รู้ที่มาที่ไป ส่วนครูก็ได้แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆ ไว้เป็นแนวทาง เป็นสิ่งที่น่าจะปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน เราอาจจะต่อยอดให้พี่ช่วยสอนน้องต่อไป”

น้องแป้ง-รำภา จันทร์เชย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดขนอน สะท้อนว่า ได้เข้ามาเรียนรู้ในกิจกรรมของโครงการ ทำให้ได้รู้เรื่องราวประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยมาเรียนดนตรีกับพี่ๆ ที่โรงละครของวัดขนอน แต่ก็ไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับหนังใหญ่มาก่อน การได้เรียนรู้ในครั้งนี้จึงเป็นส่วนเสริมให้เข้าใจที่มาที่ไปของหนังใหญ่มากขึ้น

เพราะมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมที่จะเรียนรู้ และสืบสานวัฒนธรรมของท้องถิ่น ทำให้ทีมงานสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนพื้นฐานของความเป็นจริง ร่วมกันเรียนรู้ของดีประจำอำเภอโพธาราม จนกลายเป็นความรักลึกซึ้งต่อศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งยังถักทอความสัมพันธ์กับโรงเรียนในพื้นที่ ให้สานต่อความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในโอกาสต่อๆ ไป กิจกรรมเล็กๆ ที่ทำยังสร้างผลกระทบให้น้องๆ ได้รับรู้เรื่องราวของท้องถิ่นตนเอง จุดประกายให้เห็นช่องทางพัฒนามัคคุเทศก์น้อยเพื่อนำเที่ยวในวัดขนอน ผลของการทำงานแม้ไม่สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ดั่งใจหวัง แต่ก็เป็นการทำงานบนเส้นทางของความรับผิดชอบที่ควรค่าแก่ความภาคภูมิใจ


โครงการ Art อาสาสร้างศิลปะสู่น้อง

ที่ปรึกษาโครงการ : ผศ.ปรียาภร ทองผุด มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

ทีมงาน : นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

  • พัชภรณ์ สวรรค์ล้ำ พัลลภ ศิริมงคล
  • สร้อยมุก ไขยโอรสนุขจรีย์ สวนสามแก้ว
  • อนรรฆ เมธาคุณวุฒิสิทธิศักดิ์ ดอนวัดไพร