เห นกเริ่มเข้ามาทำกิจกรรมในกลุ่มเก่อญอโพ เมื่อปี 2547 จนถึงปัจจุบัน เล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่เข้ามาร่วมกิจกรรมกับเยาวชนว่า “เนื่องจากเกิดปัญหาในพื้นที่ก็เลยเข้ามาร่วมเรียนรู้กับเพื่อนๆ ประกอบกับช่วงนั้นมีพะตีคนหนึ่งเสียชีวิตไปก็ยิ่งอยากรู้ และติดตามสถานการณ์ ที่ผ่านมานอกจากจะได้ติดตามสถานการณ์ต่างๆแล้วยังได้เรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรมด้วย ทำให้เรารู้ว่าในชุมชนมีสิ่งที่น่าเรียนรู้เยอะมาก ทำให้เราสนุกสนานกับการเรียนรู้จึงได้เข้ามา”
ปัจจุบัน เหนก ทำหน้าที่เป็นแกนนำอาสาสมัครที่ชักชวนเด็กๆในชุมชนมาร่วมเรียนรู้เรื่องตัว เขียนปกาเก่อญอ นิทานแทรกคติสอนใจ การอื่อทา ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กเพราะเยาวชน (เด็กโต) ส่วนหนึ่งต้องเป็นแรงงานครอบครัว เมื่อเก็บเกี่ยวผลิตเสร็จก็จะไปรับจ้างทำงานในเมือง เพื่อหาเงินมาไว้ใช้ในช่วงการทำนา เหนกสะท้อนให้ฟังว่ากิจกรรมที่เรียนรู้กันภายในชุมชนถึงแม้จะเป็นกิจกรรม เล็กๆ หรือเป็นการเรียนรู้กลุ่มเล็กๆ แต่ผลที่ได้โดยตรงคือชุมชน เพราะการเรียนรู้เหล่านี้จะเป็นการถ่ายทอดและปลูกฝังเรื่องของชุมชนในตัว เด็ก ทำให้เด็กเกิดความรักในชุมชนและรากเหง้าของตนเอง
นอกจากนี้เด็กและเยาวชนที่ได้มาร่วมเรียนรู้กับกลุ่มพบว่ากล้าแสดงออก กล้าพูด ทำให้เด็กๆเหล่านี้ถูกดึงตัวไปช่วยงานต่างๆ “การมาร่วมกิจกรรมกับกลุ่มไม่ใช่แค่มาเรียนรู้ชุมชนอย่างเดียว แต่เด็กยังต้องมีการพัฒนาศักยภาพในการพูด การนำเสนอด้วย ทำให้แต่ละคนมีบทบาทในชุมชนมากขึ้น เพราะคนที่เรียนรู้ในชุมชนด้วย จะอธิบายความเป็นชุมชนได้ดีกว่าคนที่เรียนแต่ข้างนอก (เรียนในระบบ) อย่างเดียว”
ปัญหาเรื่องแกนนำในพื้นที่น้อยเป็นอีกปัญหาที่เหนกและเพื่อนๆพยายามแก้ปัญหา เนื่องจากเด็กที่โตหน่อยต้องออกไปทำงานในเมือง บางก็ไปเรียนหนังสือ จึงได้มาพูดคุยกันและพยายามดึงกลุ่มที่ออกไปข้างนอกมาร่วมกันจัดกิจกรรม เพื่อให้น้องๆในชุมชนเห็นว่ายังมีพี่ๆกลับมาดูแลอยู่ แต่ด้วยมีภาระหน้าที่จึงต้องออกไป “เป็นการสร้างพื้นที่ให้กับคนที่ไปเรียน หรือไปทำงานในเมืองได้กลับมาจัดกิจกรรมที่บ้าน” เหนกพูดเสริมประเด็นนี้
8 ปี กับการเข้ามาทำกิจกรรมในกลุ่มเยาวชนและร่วมขับเคลื่อนงานกับผู้ใหญ่ ทำให้เหนกสามารถพูดภาษาไทยได้คล่องและประสานงานกับหน่วยงานภายนอกได้ มีทักษะการจัดกระบวนการกับเด็กและผู้ใหญ่ “เด็กๆจะมีปัญหาเรื่องการพูดภาษาไทยมาก จึงทำให้เด็กๆไม่ค่อยกล้าพูด การที่เด็กเข้ามาเรียนรู้ตรงนี้จะเป็นการฝึกการพูด การนำเสนอไปในตัว” และสิ่งที่เหนกภูมิใจมากที่สุดคือ “ได้เรียนรู้และสืบสานภูมิปัญญา วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่ออันดีงามของชุมชน”