วินัย โพธิสาร
พี่เลี้ยงเยาวชนอนุรักษ์ผ้าไหมโซดละเว จังหวัดศรีสะเกษ
ตำแหน่งที่ได้รับในโครงการต่างๆ
พี่เลี้ยง / ที่ปรึกษา ใน โครงการสืบสานสะเนงสะเองกวย
ประวัติและผลงาน

โครงการกอนเจาเยาวชนสืบสานตำนานเสียงพิธีกรรมนางออชาติพันธุ์กวย เริ่มมาจากเมื่อปี 2558 ครูแอ็ด ได้เป็นแกนนำเยาวชนใน Active citizen จากนั้นขยับบทบาทมาเป็นพี่เลี้ยงเยาวชนทำเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าไหมอยู่ 2 ปี ถัดมาจึงมาสนใจขยายผลเรื่องดนตรีในพิธีกรรมสะเอง และปีนี้ทำเรื่องสืบสานตำนานเสียงพิธีกรรมนางออ เนื่องจากไม่อยากให้ดนตรีที่ใช้ในพิธีกรรมสูญหาย เพราะในชุมชนมีเพียงคุณตาพรหมมา โพธิ์กระสังข์อายุ 87 ปี เป็นผู้รู้ท่านเดียวที่สามารถเล่นดนตรีพิธีกรรมสะเองและดนตรีในพิธีกรรมนางออ ซึ่งถ้าไม่สืบสานไว้ดนตรีในพิธีกรรมดั้งเดิมจะถูกดัดแปลงผสานวัฒนธรรมมีเครื่องดนตรีอื่นที่ต่างวัฒนธรรมเข้ามา ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ทำเรื่องสะเองปีนี้เยาวชนจึงชวนกันมาสืบค้น สืบสานเรื่องพิธีกรรมนางออซึ่งยากกว่าเพราะพิธีกรรมนางออต้องใช้แคน และคุณตาใช้วิธีการจำเสียงและเป่าแคน ไม่มีการบันทึกโน้ต จึงไม่มีการถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ

พิธีกรรมนางออเป็นการสืบทอดเครือญาติผ่านลูกหลานไปเรื่อยๆ จากรุ่นสู่รุ่น เมื่อวันใดที่มีอาการเจ็บป่วยหรือญาติพี่น้องทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่เกิดความสามัคคีกัน จะมีแถนหรือเทวดาประจำตัวของใครคนหนึ่งมาทำให้เจ็บป่วยโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ไปหาหมอไม่หาย ไปหาหมอดูหรือแม่ครูก็จะรู้ว่าแถนที่ประจำตัวมาทำให้ไม่สบาย จากนั้นคนที่เจ็บป่วยจะไปบนโดยการเอาฝ้ายมาผูกคอขวดอะไรก็ได้มีกรวยใส่บนขวด ผูกเพื่อเป็นการบน ถ้าผูกแล้วภายใน 3 วันอาการหายเป็นปลิดทิ้ง เขาจะจัดพิธีกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อให้เครือญาติมาขมาลาโทษกัน บอกกล่าวว่าทำผิด เราควรจะอภัยให้กัน เมื่อเด็กและเยาวชนซึ่งคลุกคลีอยู่ในชุมชนเห็นพิธีกรรมที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมมา พิธีกรรมที่ทำให้คนคลายทุกข์และสุขสบายกายใจขึ้น จึงตั้งคำถามว่าหากพิธีกรรมหายไปชุมชนของเราจะอยู่อย่างไร อนาคตจะเป็นอย่างไร จึงทำให้เกิดโครงการฯ นี้

โครงการฯ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็ก เยาวชนมีพื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่ปลอดภัยในชุมชน โดยคนในชุมชน วัด โรงเรียนมีส่วนร่วม ให้เยาวชนได้มาทำกิจกรรม ฝึกฝน แลกเปลี่ยนเรียนรู้สืบค้น ตามหา รากเหง้าวัฒนธรรมความเป็นคนส่วยและเป็นกลุ่มเยาวชนที่ทำหน้าที่สืบสาน ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม แม้ในช่วงแรกผู้ใหญ่จะตั้งคำถาม เฝ้าดูว่าเยาวชนเอาจริงหรือไม่ แต่เมื่อพวกเขาพิสูจน์ด้วยความตั้งใจ ฝึกซ้อม ฝึกฝนจนเป็นที่ยอมรับชื่นชมในชุมชน ในพิธีกรรมสะเองเยาวชนยกระดับการเรียนรู้จากเป็นผู้เรียนเป็นผู้ถ่ายทอดให้เด็กรุ่นหลังได้เข้าใจและทำเป็น

ปัจจัยหลักที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จคือ เด็กมีใจ ชุมชนเปิดโอกาส เพราะเมื่อฝึกฝนจนเข้าใจและทำเป็นแล้วแต่ชุมชนไม่เปิดโอกาสเด็กๆ ก็จะไม่พบความความภูมิใจและศักยภาพของตัวเอง เยาวชนในโครงการใส่ใจ เห็นคุณค่า และเชื่อว่าสิ่งที่ทำนั้นคือสิ่งที่ดี วันนี้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมกับชุมชน ทุกครั้งที่มีพิธีกรรมพวกเขาจะไปช่วยเตรียมสถานที่ เล่นดนตรีกันทั้งคืน ดนตรีทำให้เยาวชนรักและดูแลกันเหมือนพี่ เหมือนน้อง พวกเขาเติบโตด้วยความเข้าใจและภูมิใจในความเป็นคนส่วย ดนตรียังช่วยให้การเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ของพวกเขาดีขึ้น จดจ่อในการเรียน มีสมาธิ รู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ เคารพซึ่งกันและกัน อ่อนโยนและเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี

เส้นทางของการสืบสานยังคงเดินทางต่อไป เยาวชนและพี่เลี้ยงยังคงสืบสานเรื่องราวของพวกเขาไม่ละทิ้ง การเก็บข้อมูล การบันทึกได้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่นบันทึกวิดิโอการเป่าแคนของคุณตาทั้งมือขวาและมือซ้ายเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเขียนเป็นโน้ต เยาวชนจะได้ฝึกเป่าแคนอย่างจริงจัง การขยายเครือข่ายไปในกลุ่มเยาวชนหมู่บ้านใกล้เคียง การแสดงงานนอกชุมชน ทั้งหมดผ่านการลงมือทำอย่างเข้าใจว่าสิ่งที่ทำอยู่คืออะไร พิธีกรรมสะเองและพิธีกรรมนางออทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่น้องในชุมชนมีกำลังใจ สุขสบายกายและใจ กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง พวกเขาภูมิใจทุกครั้งที่ได้เล่นดนตรี

ความโดดเด่น

  • เด็กมีใจ ชุมชนให้โอกาส จึงเกิดการสร้างพื้นที่ร่วมในชุมชนให้เด็กๆ ได้แสดงศักยภาพ และมีตัวตนในชุมชน
  • พี่เลี้ยง ปราชญ์ชุมชน วัด โรงเรียนให้ความร่วมมือ พี่เลี้ยงทำหน้าที่เป็นพี่ เป็นครู เป็นเพื่อน อำนวยการให้เกิดการเรียนรู้
  • กระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริม ทำให้เห็นคุณค่า ทำให้เยาวชนรัก ภูมิใจในความเป็นชาติพันธุ์กวยอย่างแท้จริง เริ่มจากเป็นผู้เรียนรู้ ผู้สืบสาน นักแสดง จนถึงสามารถสืบทอดส่งต่อให้เด็กรุ่นหลังได้

ประวัติการเข้าร่วมกิจกรรมกับมูลนิธิ
หนังสือและบทความที่เกี่ยวข้อง